• เสาร์. เม.ย. 13th, 2024

BIG ทุ่ม 5,000 ล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจน

BIG ทุ่ม 5,000 ล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจน

เปิดแผนบีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม ทุ่มลงทุนกว่า 5,000 ล้าน ใน 5 ปี ชูนวัตกรรมไฮโดรเจน

นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก ธุรกิจ อินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี เปิดเผยว่า วิกฤติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลายเป็นเมกะเทรนด์ของผู้ผลิตทั่วโลกที่ถูกกดดันให้ต้องหันกลับมาคำนึงถึงต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งกระบวนการผลิต รวมถึงการกำหนดนโยบายโดยภาครัฐในหลายประเทศ เพื่อเร่งให้เกิดการลดการปลดปล่อย ก๊าซเรือนกระจก และรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ บีจีไอ ในฐานะผู้ผลิตก๊าซอุตสาหกรรมสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก อาทิ ปิโตรเคมี โรงกลั่น เหล็ก กระจก อาหาร ยานยนต์ รวมถึงโรงพยาบาล ถือเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก จึงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนบทบาทให้ บีไอจี กลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแก้ วิกฤติโลกร้อน (Climate Technology) ตอบโจทย์การสร้างสังคมปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ล่าสุด Air Products บริษัทแม่ของบีไอจีในสหรัฐประกาศแผนลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ใน 3 เมกะโปรเจกต์ ตั้งโรงงานผลิตก๊าซไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำสู่การเป็นผู้นำตลาดไฮโดรเจนเพื่อการขับเคลื่อน (Hydrogen for Mobility) และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไฮโดรเจนจะเป็นกุญแจสำคัญในการและเอาชนะความท้าทายของวิกฤติโลกร้อน และบรรลุเป้าหมายของ Air Products และ บีไอจี ในการลดปล่อยคาร์บอน 1 ใน 3 ภายในปี 2030 และเน็ตซีโร่ในปี 2050

BIG ทุ่ม 5,000 ล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจน

สำหรับแผนการลงทุนในไทย นายปิยบุตร เปิดเผยว่า บีไอจี ได้กำหนดโรดแมปงบลงทุน 5,000 ล้านบาท ใน 5 ปีข้างหน้า โดยบีไอจีจะนำร่องการใช้ก๊าซไฮโดรเจนเพื่อการขับเคลื่อน

ข่าวธุรกิจ ในภาคการขนส่งซึ่งมีสัดส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 30% เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนให้ไทยบรรลุเป้าหมายเป้าหมายเดียวกันในปี 2065 ตามที่ได้ประกาศเจตจำนงไว้ในการประชุม COP26 ปีที่ผ่านมา “ในอนาคตเทคโนโลยีหลักที่จะเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดที่สุดสำหรับภาคการขนส่งคือ ยานยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) และยานยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) ซึ่งจะตอบโจทย์การใช้งานต่างวัตถุประสงค์ โดยพลังงานไฮโดรเจนจะเหมาะสำหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนในระยะทางไกล เช่น รถไฟ รถบรรทุก เครื่องบิน ขณะที่รถยนต์นั่งเองก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีโมเดลเชื้อเพลิงไฮโดรเจน”

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : [Intel Innovation] อินเทล เร่งพัฒนานวัตกรรมสำหรับนักพัฒนาด้วยแนวทางที่เปิดกว้างแบบ Software-First